Jim Thompson Art Center Art of Memory in Contemporary Textiles
PAST EXHIBITION

Art of Memory in Contemporary Textiles

CURATOR

Yoshiko Iwamoto Wada

 

VENUE

Jim Thompson Art Center

 

PERIOD

22 August 2013 to 22 February 2014

 

 Jim Thompson Art Center proudly presents  mnēmonikos:  Art of Memory in Contemporary Textiles  to be held in Bangkok, from 22 August 2013 to 22 February 2014. Curated by the renowned Japanese textiles expert, Yoshiko Iwamoto Wada, this show will feature 28 artists from Southeast Asia and beyond, whose expressive artworks relate to their memory, culture and environment and engage in dialog with materials and processes. Wada attempts to explore the contemporary textiles at the molecular level.

                                             

This exhibition will examine a wide range of artistic expression through various media, such as dyeing, painting, weaving, stitching, printing, laser etching, heat transfer and vacuum coating of metal onto fabric. In their work the artists reflect personal emotion, social and environmental awareness, cultural values, and technological innovation. What unifies them in their creative endeavor is enthusiasm for the tactile and dimensional possibilities inherent in cloth and fascination with the idea that cloth holds the memory of its use or the action performed on it. 

 

Cloth can be given volume. One can animate it: drape, crumple, and fold it; compress, pleat, and tuck it; stain, paint, and dye it; bunt it and cut it; tear, sew, and embellish it; appliqué, quilt and fabricate it. Cloth expands and contracts. It can record gestures, occasions, and ownership. Cloth transcends its origins from the wool of an animal, the fiber of a plant, or of alchemy on coal. The agent of transformation is the artist, who senses the life inherent in the material and actualizes it through the application of human touch, knowledge, and vision, thus revealing the memory embedded in it.

 

After being made or acquired, a piece of cloth soon becomes as familiar as the air we breathe. Throughout life, cloth is our second skin. Its meanings change as we move through various phases and associate ourselves with what surrounds us. Through textiles we learn our ancestral patterns of life: making twine was one of the first technologies humans achieved. Twisting fibers using S and Z twists, combining two opposing forces, we learned to fashion twine and rope that became weapons, bags, traps, nets, fastening for clothes, shoes and tents. Eventually we produced yarns and wove cloth with them. This instinctive ingenious human activity has arisen spontaneously in many different cultures and resulted in a wide range of techniques, skills and patterns that are vehicles for ethnic identities and beliefs and the means to adorn ourselves and others.

 

Textile objects open a window onto the daily life experience of those who created them. Each object reveals the perspectives of all those involved in its genesis and transformation. Our world today has changed dramatically from the distant past when neither money nor time was spared to create incredibly beautiful and precious textiles. In our time of amazing technological developments and an increasingly pervasive information network, contemporary artists and artisans are tapping into ancient knowledge and skills and revitalizing our shared cultural heritage — applying perseverance and innovation to create opulent, and sometimes provocative, textiles in the name of art.

 

Yoshiko Iwamoto Wada

 

 *mnēmonikos in Greek means “of memory” or “remembering.” 

 หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน มีความยินดีนำเสนอ นิทรรศการ mnēmonikos: – ศิลปะ ความทรงจำในสิ่งทอร่วมสมัย” จะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม 2556 ถึง 22 กุมภาพันธ์ 2557 นี้ นิทรรศการนี้ ได้รับเกียรติจาก ภัณฑารักษ์ชาวญี่ปุ่น โยชิโกะ วาดะ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอและ ผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับ “ชิโบริ” ที่กลายเป็นตำนานและตำราสำหรับผู้สนใจด้านสิ่งทอทั่วโลก  โยชิโกะ อิวาโมโต้ วาดะ ได้คัดสรรและรวบรวมผลงานของศิลปิน 29 คน จากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และทั่วโลกมาร่วมงานอย่างมากมาย ผลงานที่ศิลปินแต่ละท่านจะนำมาแสดงล้วนแล้วแต่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่ส่งอิทธิพลต่อพวกเขา ทั้งยังเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงไปถึงวัสดุที่พวกเขาเลือกใช้ และกระบวนการผลิตผลงานของศิลปินแต่ละคนอีกด้วย เป็นนิทรรศการศิลปะที่สำรวจสิ่งทอร่วมสมัยในระดับโมเลกุล

 

ผ้ากับความทรงจำ

นิทรรศการนี้จะทำการศึกษาและสำรวจความหลากหลายของการแสดงออกทางศิลปะผ่านวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการย้อมสี การลงสี การทอ การเย็บ การพิมพ์ การแกะสลักด้วยเลเซอร์ การถ่ายเทความร้อน และการเคลือบโลหะในสุญญากาศลงบนผืนผ้า เป็นต้น ศิลปินแต่ละท่านได้สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว ความตระหนักรู้ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ค่านิยมทางวัฒนธรรม รวมไปถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของตนเองอันเป็นลักษณะเฉพาะ ถ่ายทอดผ่านผลงานศิลปะของตนที่นำมาแสดงในครั้งนี้ สิ่งหนึ่งที่ศิลปินเหล่านี้มีเหมือนกันและทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกันในการคิดสร้างสรรค์ผลงานนั้น คือความสนใจกระหายใคร่รู้ที่มีต่อสิ่งทอและผืนผ้าในทุกแง่มุมทุกมิติ และความหลงใหลในความคิดที่ว่าผืนผ้านั้นได้เก็บรักษาไว้ซึ่งความทรงจำที่เกิดขึ้นกับผืนผ้านั้นเอาไว้

 

จากสองมิติเป็นสามมิติ

เราสามารถสร้างมิติให้กับผืนผ้าได้ สามารถทำให้ผ้ามีชีวิตขึ้นมาได้ด้วยการแขวนประดับ จับย่นแล้วพับ หรืออาจใช้วิธีการอัดแข็ง จับจีบ แล้วนำมาเย็บติดกัน หรือทำการแต้มสี ระบาย และย้อมสี หรือใช้วิธีฉีกและตัด หรือนำมาฉีกออก เย็บติดกัน แล้วนำไปตกแต่งประดับประดา หรืออาจใช้การปะติด เย็บประกบแล้วนำไปตกแต่งกับวัสดุอื่นก็ได้เช่นกัน ผ้าสามารถยืดขยายและหดตัวได้ และยังสามารถเก็บบันทึกอิริยาบถ เหตุการณ์สำคัญ และความเป็นเจ้าของไว้ภายในผืนผ้าได้ด้วย จากจุดกำเนิดเริ่มต้นที่มาจากขนสัตว์ เส้นใยพืช และเส้นใยจากแร่ธาตุ ปัจจุบันผืนผ้าถูกแปลงเปลี่ยนรูปไปอย่างมาก ตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ก็คือตัวศิลปินผู้ผลิตผลงาน ผู้ซึ่งสัมผัสได้ถึงเนื้อแท้อันลึกซึ้งของผืนผ้า และทำให้ผืนผ้ามีชีวิตขึ้นมาได้ ด้วยสัมผัสจากมนุษย์ ภูมิปัญญาและมุมมองของมนุษย์ อันทำให้ความทรงจำที่เก็บซ่อนไว้ภายในผืนผ้าได้เผยออกมา

 

ผ้าเปรียบกับผิวหนังชั้นที่สอง

หลังผ่านกระบวนการดังกล่าวแล้ว ผ้าแต่ละชิ้นก็มีความใกล้ชิดกับคนเราแทบไม่ต่างอะไรจากอากาศที่เราหายใจเข้าออกเลย ตลอดชีวิตของมนุษย์ผ้าเปรียบได้กับผิวหนังชั้นที่สองที่ติดตัวเราอยู่เกือบตลอดเวลา นัยสำคัญของมันจะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ช่วงเวลาของชีวิต และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราที่เปลี่ยนแปลงไป เราสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตของบรรพบุรุษของเราผ่านผืนผ้าได้ การถักเกลียวถือเป็นเทคโนโลยีแรกๆ ที่มนุษย์สามารถทำได้สำเร็จ  การบิดเส้นใยให้เป็นเกลียวรูปตัว S และ Z เป็นการรวมสองเทคนิคที่แตกต่างเข้าด้วยกัน ทำให้เราได้เรียนรู้วิธีการบิดเกลียวในการออกแบบเสื้อผ้า และวิธีบิดเกลียวเชือกที่นำไปใช้ทำอาวุธ ย่าม กับดัก ตาข่าย และยังนำไปใช้ในการผูกเสื้อผ้า รองเท้า และเต็นท์ ในเวลาต่อมาเรายังนำสิ่งเหล่านี้มาผลิตเป็นเส้นด้ายและผ้าทออีกด้วย สิ่งเหล่านี้มนุษย์ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณตามธรรมชาติ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในหลายวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งก่อให้เกิดเทคนิค ทักษะความรู้ และธรรมเนียมปฏิบัติที่หลากหลาย อันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงลักษณะเฉพาะทางชาติพันธุ์และความเชื่อของคนแต่ละชาติได้ และยังบ่งบอกถึงวิธีการประดับประดาร่างกายของคนแต่ละชาติพันธุ์อีกด้วย

 

ผ้า-นวัตกรรมจากอดีตสู่อนาคต

วัตถุสิ่งทอได้เผยให้เห็นถึงวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนที่สร้างสรรค์สิ่งทอเหล่านั้นขึ้นมา วัตถุแต่ละชิ้นแสดงให้เห็นถึงมุมมองของผู้ที่ผลิตและแปรเปลี่ยนสภาพวัตถุนั้นๆ โลกของเราทุกวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปมากอย่างรวดเร็ว จากอดีตที่ผู้คนขาดแคลนทั้งเงินและเวลาที่จะสรรค์สร้างสิ่งทอที่สวยงามและเปี่ยมไปด้วยคุณค่า ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ถูกพัฒนาไปมาก ทั้งยังมีเครือข่ายข้อมูลที่แพร่หลายอย่างกว้างขวาง ศิลปินร่วมสมัยและช่างฝีมือสามารถเข้าถึงภูมิปัญญาความรู้ของคนสมัยก่อน และนำมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านั้นมาฟื้นฟูและใช้ให้เกิดประโยชน์ นำความมานะมั่นเพียรในอดีตผสมผสานปรับใช้ร่วมกันกับนวัตกรรมในปัจจุบัน สร้างสรรค์สิ่งทอที่มีคุณค่าในฐานะศิลปวัตถุรูปแบบหนึ่ง ที่ในบางครั้งยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกผ่านวัตถุนั้นได้อีกด้วย

 โยชิโกะ อิวาโมโต้ วาดะ

*mnēmonikosเมมโมนิกอส เป็นภาษากรีก แปลว่าความทรงจำ 

 

ABOUT ARTISTS