Jim Thompson Art Center Into An Empty Sky
PAST EXHIBITION

Into An Empty Sky

ARTIST

Xawery Wolski

 

CURATOR

Gridthiya Gaweewong

 

PERIOD

Jim Thompson Art Center

 

PERIOD

January 24 2009 – April 5 2009

 

The Jim Thompson Art Center in collaboration with the Mexican Embassy, Thailand, is proud to present Xawery Wolski’s Asian debut exhibition: ‘Into An Empty Sky’. The Polish sculptor who is based in Mexico City and New Yorkcreates works which are primarily concerned with timelessness and infinity. Taking into consideration cultural, historical, symbolic and philosophical factors, the artist builds layers of meanings based on both the past and present. He expresses these as geological structures forming essential compositions in space. Coming from a Judeo-Christian tradition, with a background enriched by pre-Columbian influences, Wolski who articulates his concepts in contemporary language, came to Thailand to enrich his sculptural vocabulary.

 

His work emerges as homage to and in gratitude for the inspirational gifts of many anonymous artists-magicians. The aim of this project is to build a bridge between past culture and the conceptualization and practices of contemporary art, thus creating a new link with the hope that the dialogue will continue over time so that new configurations can be found.

 

Wolski said about his exhibition at the Jim Thompson Art Center: “I would like to propose a small selection of works that have been created in Mexico and New York and juxtapose them with new works created during my stay in Thailand. By doing so, I will thus achieve a parallel departure point for the project. This provides a new perspective to this body of work involving different cultural contexts and will hopefully open a new dialogue between two inspirational sources, distant in terms of geography, but having a great deal in common in the area of anthropology and the use of sculptural materials and their functions. The work is intended to convey additional meaning to a location that is historically understood as one of the world’s most important centers of textile design, especially silk. This country is simultaneously contemporary and historical, and consciously carries the heritage of past generations.”

 

Upon the invitation of the James H.W. Thompson Foundation, Xawery Wolski became an artist in residence at the Art Center for one month. After visiting and conducting research in Bangkok, Nakorn Rachasima, Rachaburi and Chiang Mai, he started to develop a new series of works including textile-based pieces using materials from the Jim Thompson factory in Pak Thong Chai, and ceramic and bronze sculptures created at various local kilns and foundries.

 

He referred to his trip in the following terms, “Textile heritage is an important part of Thai culture and is the most significant source of inspiration in my project. Textiles are often neglected and fortten by countries which have had equally great achievements in the area of textiles the past. Here they are still alive and evolving, and have thus had a decisive influence on the choice of materials and motives for artwork. The silent, almost mute, laborious, repetitive, anonymous, time consuming process of weaving has run its course through generations. The art of weaving has had an influence on the choice of form and composition of my new sculptures as well as the way they will be displayed in the gallery space.”

 

หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ร่วมกับ สถานทูตเม็กซิกัน ประจำประเทศไทย ภูมิใจเสนอ นิทรรศการศิลปะครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ของ ซาเวรี่ โวลสกี้:  INTO AN EMPTY SKY 

ซาเวรี่ โวลสกี้ เป็นศิลปินชาวโปแลนด์ ซึ่งอาศัยอยู่ที่เม็กซิโก ซิตี้ และ มลรัฐนิวยอร์ก งานของเขาส่วนใหญ่ให้ความสำคัญและคำนึงถึงการไร้ซึ่งเวลาและความไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนในแง่ของบริบททางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สัญลักษณ์ และ ปรัชญานั้น 
โวลสกี้ได้สร้างชั้นของความหมายต่างๆขึ้นมา บนพื้นฐานของอดีตและปัจจุบัน โดยนำเสนอในลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาเพื่อ สร้างเนื้อแท้ขององค์ประกอบให้กับพื้นที่ทางศิลปะด้วย พื้นฐานวัฒนธรรมของยูโด – คริสเตียน  และได้รับอิทธิพลจากงานศิลปะยุคก่อนอารยธรรมโคลัมเบีย และมีความชัดเจนทางภาษาร่วมสมัย โวลสกี้เดินทางมาประเทศไทย เพื่อเพิ่มพูนความหมายให้กับงานประติมากรรมของตน

 

ผลงานของโวลสกี้เป็นที่รู้จักในแง่ของการคารวะต่อเหล่าพ่อมด และศิลปินนิรนาม ด้วยความระลึกในพรสวรรค์อันเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจของพวกเขาเหล่านั้น นิทรรศการนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างแนวคิดและแนวปฏิบัติของงานศิลปะร่วมสมัย รวมถึงวัฒนธรรม ประเพณีจากอดีต เพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ขึ้นมา โดยมุ่งหวังให้เกิดความต่อเนื่องในแง่ของเนื้อหา และให้มีการค้นพบรูปแบบทางศิลปะใหม่ๆ ต่อไป 

 

โวลสกี้ กล่าวถึงงานนิทรรศการที่หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ว่า “ผมอยากจัดแสดงชิ้นงานจำนวนหนึ่งซึ่งได้ทำขึ้นที่เม็กซิโกและนิวยอร์ก ควบคู่ไปกับงานที่จะทำขึ้นระหว่างที่ผมอยู่ในประเทศไทย เพื่อเปิดมุมมองของความแตกต่างเชิงคู่ขนานให้แก่นิทรรศการในครั้งนี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดทัศนคติใหม่ต่อแก่นของงาน ในแง่ของบริบททางวัฒนธรรมซึ่งแตกต่างกัน โดยหวังว่างานในครั้งนี้จะเป็นการเริ่มต้นบทสนทนาใหม่ ระหว่างสองต้นกำเนิดของแรงบันดาลใจ ซึ่งแม้จะห่างไกลกันในแง่ของสภาพภูมิศาสตร์ หากแต่มีหลายสิ่งหลายอย่างคล้ายคลึงกันในแง่มานุษยวิทยา และวัสดุที่ถูกนำมาใช้สร้างงานประติมากรรม งานเหล่านี้จะสามารถถ่ายทอดความหมายเพิ่มเติมให้กับบริบท ของสถานที่แสดงนิทรรศการ ซึ่งตามประวัติศาสตร์แล้วเป็นหนึ่งในศูนย์กลางงานทอที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทอผ้าไหม ซึ่งมีความร่วมสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นมรดกตกทอดที่ส่งผ่านกันมา จากชนรุ่นก่อนๆ”

 

ซาเวรี่ โวลสกี้ ได้รับเชิญจากมูลนิธิ เจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน มาทำงานในฐานะเป็นศิลปินในที่พำนัก ที่หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน เป็นเวลาหนึ่งเดือน หลังจากที่เขามาทำวิจัยที่กรุงเทพฯ นครราชสีมา ราชบุรี และเชียงใหม่ เขาได้เริ่มพัฒนางานศิลปะชุดใหม่ขึ้นมา ซึ่งมีทั้งชิ้นงานที่นำวัสดุสิ่งทอ จากโรงงาน จิม ทอมป์สัน ที่อำเภอปักธงชัยมาใช้ และยังมีประติมากรรมเซรามิค ซึ่งผลิตจากเตาเผาท้องถิ่นจากเชียงใหม่

 

โวลสกี้ ได้กล่าวถึงการเดินทางของเขาไว้ว่า “ส่วนที่สำคัญของวัฒนธรรมไทยนี้เอง ที่เป็นแรงบันดาลใจหลักสำหรับการทำงานของผม บ่อยครั้งที่มรดกด้านสิ่งทอถูกละเลยและหลงลืม จากหลายๆ ประเทศที่ได้เคยพัฒนาสิ่งทอจนประสบความสำเร็จอย่างสูงในอดีต แต่ที่นี่มันยังคงดำรงอยู่และค่อยๆพัฒนา ต่อไป ในขณะเดียวกันยังมีอิทธิพลอย่างมากต่อการเลือกใช้วัสดุและเป็นแรงจูงใจให้กับการทำงานศิลปะครั้งนี้ ความเงียบจนแทบไม่มีเสียง การใช้แรงงาน การผลิตซ้ำ การไร้ซึ่งตัวตน รวมไปถึงกระบวนการทออันยาวนาน ซึ่งส่งต่อแนวทางปฏิบัติกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ต่างมีอิทธิพลต่อการเลือกใช้รูปทรงและองค์ประกอบของผลงานประติมากรรมชุดใหม่ของผม รวมไปถึงการจัดวางชิ้นงานเหล่านี้ในพื้นที่จัดแสดงของหอศิลป์”

 

นิทรรศการนี้ได้รับการสนับสนุนโดย กระทรวงวัฒนธรรม ประเทศเม็กซิโก, สถานทูตเม็กซิโก ประจำประเทศไทย และ มูลนิธิ เจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน

 

# # #

 

เกี่ยวกับศิลปิน

ซาเวรี่ โวลสกี้ เกิดที่เมืองวอร์ซอว์ เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ ในปีพ.ศ. 2503 ในช่วงทศวรรษที่ 80s เขาได้ย้ายไปที่ประเทศฝรั่งเศส และศึกษาต่อด้านทัศนศิลป์ที่ the Ecole des Beaux Arts, Aix-en-Provence หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่ the Institut des Hautes Etudes en Arts Plastiques ที่นครปารีส ประเทศฝรั่งเศส เขาได้เข้าร่วมทำงานนิทรรศการกลุ่ม อันได้แก่ ELAC, Centre d’Art Contemporain, Marseille ประเทศฝรั่งเศส ในปีพ.ศ. 2535; ‘Mostra da Gravura’, Museo Municipal de Arte, Curitiba ประเทศบราซิล ในปีพ.ศ. 2538; CAAM, Canary Islands, IVAM, Valencia, ประเทศสเปน; Musée des Beaux Arts et de la Dentelle, Calais, ประเทศฝรั่งเศส; ‘Spring Selections’, The Drawing Center, New York, ประเทศสหรัฐอเมริกา; FNAC, Fonds National d’Art Contemporain, Paris, ประเทศฝรั่งเศส; Bibliothèque Nationale de France, Paris, ประเทศฝรั่งเศส; Museo Centro de Arte Reina Sofia, Madrid, ประเทศสเปน; Muzeum Narodowe, Warsaw, ประเทศโปแลนด์; Museo de Arte Contemporaneo, Oaxaca, Mexico; Museo de Osma, Lima, ประเทศเปรู ในปีพ.ศ. 2539; Museo Jose Luis Cuevas, Festival del Centro Histórico, Mexico D.F., ประเทศเม็กซิโก ในปีพ.ศ. 2541; Escultura Mexicana de la Academia a la Instalación, Museo de Bellas Artes ประเทศเม็กซิโก ในปีพ.ศ. 2544; ‘The Drawing Center 25th Anniversary Benefit Selections Exhibition’, New York ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีพ.ศ. 2545; ‘Poza’, Real Art Ways, Hartford, Connecticut ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีพ.ศ. 2549; Espai2nou2, Galeria Senda, Barcelona ประเทศสเปน ในปีพ.ศ. 2550 

 

ส่วนงานนิทรรศการเดี่ยวของเขา ได้แก่ Museo de la Nación, Lima, ประเทศเปรู ในปีพ.ศ. 2539; ‘Humus’, Arthobler Gallery, Porto, Portugal, ‘Tattoo’, Galeria Pokaz, Warsaw ประเทศโปแลนด์; ‘Dust’, Museo de Arte de Zapopan, Guadalajara ประเทศเม็กซิโก ในปีพ.ศ. 2546; ‘Light, Body, Matter,’ Galeria de Arte Contemporaneo, Puebla ประเทศเม็กซิโก ในปีพ.ศ. 2545; ‘Dust’, Ben Maltz Gallery, Otis College of Art and

 

Design Los Angeles, CA, ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีพ.ศ. 2547; Galeria Nara Roesler, Sao Paulo, ประเทศบราซิล ในปีพ.ศ. 2548; ‘Time, Here and There’, Zacheta, National Gallery of Art, Warsaw, ประเทศโปแลนด์ ในปีพ.ศ. 2549

 

โวลสกี้ ยังมีงานในคลังสะสมของสถาบันต่างๆ ได้แก่ FNAC, Fonds National d’Art Contemporain, Paris, ประเทศฝรั่งเศส, Bibliothèque Nationale de France, Paris, ประเทศฝรั่งเศส, Museo Centro de Arte Reina Sofia, Madrid, ประเทศสเปน, Muzeum Narodowe, Warsaw, ประเทศโปแลนด์ and Museo de Arte Contemporaneo, Oaxaca, ประเทศเม็กซิโก. ปัจจุบัน ซาเวรี่ โวลสกี้ อาศัยและทำงานในมลรัฐนิวยอร์ก และ เม็กซิโก ซิตี้

 

 

ABOUT ARTISTS