Jim Thompson Art Center

EN TH
The Making of Golden Teardrop cover

Exhibitions

The Making of Golden Teardrop

ศิลปิน อริญชย์ รุ่งแจ้ง

EN TH

หอศิลป์ บ้านจิม ทอมป์สัน ภูมิใจเสนอ นิทรรศการ The Making of Golden Teardrop (ทองหยอด) เป็นผลงานชิ้นสำคัญของ อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ที่ตีความประวัติศาสตร์แบบใหม่ โดยการใช้ขนมทองหยอดเป็นจุดเริ่มต้น

นิทรรศการประกอบไปด้วยผลงานประติมากรรมทองเหลืองรูปทรงทองหยอดขนาดเล็กกว่า 5,000 ชิ้น และงานสารคดีความยาว 30นาที รวมทั้งภาพถ่ายและเอกสารที่ศิลปินค้นคว้าและวิจัยในระหว่างการทำงานชิ้นนี้ เมื่อศิลปิน นำ“ขนมทองหยอด” เป็นแกนกลางในการสร้างผลงาน Golden Teardrop เพื่อนำเสนอการตีความทางประวัติศาสตร์แบบใหม่ ที่ท้าทายและตั้งคำถามต่อการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ฉบับทางการ ด้วยการนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากบันทึกและเรื่องเล่าในอดีต ที่บ่งบอกถึงความเชื่อมโยงของพื้นถิ่นกับนานาชาติผ่านการเดินทางของอาหาร เพื่อสะกิดให้ผู้ชมหลุดจากกรอบที่ครอบงำความคิดและความเชื่อเดิม

นับเป็นการรวบรวมและประกอบเข้าด้วยกันอีกครั้งจากเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่กระจัดกระจายไหลเวียนผ่านบทสนทนา ทั้งในระดับส่วนตัวและสาธารณะ ซึ่งจะช่วยเผยให้เกิดความสงสัยใคร่รู้ และพยายามรื้อถอนขุดค้นลงไปใต้ภาพประวัติศาสตร์ที่ผ่านการจารึกเรื่องเล่าไว้จนแน่นหนา อันมีจุดเริ่มต้นมาจากการทับซ้อนของเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ของการค้าน้ำตาลผสมกับเรื่องเล่าจากปัจเจกบุคคลทั้งไทย, กรีก, โปรตุเกส และญี่ปุ่นระหว่างยุคล่าอาณานิคม ช่วงศตรวรรษที่15-17 และยุคสมัยใหม่ในศตวรรษที่20-21 ที่เกี่ยวข้องกับขนมทองหยอด จากจุดเริ่มต้นนำไปสู่การสำรวจการสะสมเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำของพวกเขา

ผลงาน Golden Teardrop จัดแสดงครั้งแรกที่ศาลาไทย (Thai Pavilion) ในเทศกาลมหกรรมศิลปะเวนิสเบียนนาเล่ ครั้งที่55 ปีพ.ศ.2556 โดยการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรม ก่อนที่จะนำไปจัดแสดงในอีกหลายประเทศ รวมถึงในประเทศไทย สำหรับนิทรรศการ The Making of Golden Teardrop ที่จะนำมาจัดแสดงที่หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ในครั้งนี้ ยังเพิ่มเติมเนื้อหาที่เป็นส่วนเริ่มต้นหรือที่มาของนิทรรศการ ไม่ว่าจะเป็น งานวิดีโอ ภาพถ่าย และข้อมูลต่างๆ ที่ทีมงานใช้ในการสืบค้น เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงขั้นตอนในเชิงถอดรื้อโครงสร้างและการทบทวนประวัติศาสตร์ชาติผ่านขนมทองหยอด ซึ่งไม่ใช่การเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ แต่เป็นการนำภาพที่กระจัดกระจาย และนำตัวละครจริงในประวัติศาสตร์มาเชื่อมต่อเพื่อนำเสนอ

ศิลปินพูดถึงงานชิ้นนี้ว่า “งานสารคดีของผมคือการนำเสนอภาพของความไม่สมประกอบของประวัติศาสตร์ในจุดไหนก็แล้วแต่ มันไม่ใช่เป็นการพยายามเชื่อมข้อมูลทั้งหมด มันประดักประเดิดแล้วก็ไม่มีผลอะไรนอกจากความสามารถในการตีความ แล้วใช้ภาพยนตร์โปรเจกต์ออกมา เหมือนเอาประวัติศาสตร์มากองไว้บนโต๊ะ มันขึ้นอยู่กับคนเลือกที่จะเลือกเก็บ หรือปะติดปะต่ออะไรก็ตามที่มันอยู่บนโต๊ะ สำหรับผมไม่ใช่เรื่องของการปรุงประวัติศาสตร์ขึ้นมา”